Apply now
1-677-124-442277
10 Avenue of Moon, NY

การจัดการศึกษา

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

การจัดการเรียนการสอนระดับอนุบาล ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

การจัดการเรียนการสอนระดับอนุบาล จัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 โดยหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียน กำหนดให้ใน 1 สัปดาห์จัดกิจกรรมให้ครอบคลุมพัฒนาการ ตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 12 ประการได้แก่

1. ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี

2. กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว และประสานสัมพันธ์กัน

3. มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข

4. มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม

5. ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี การเคลื่อนไหว และรักการออกกำลังกาย

6. ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมกับวัย

7. รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย

8. อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

9. ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย

10. มีความสามารถในการคิดและการแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย

11. มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

12. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีทักษะในการแสวงหาความรู้

 

การจัดประสบการณ์ระดับอนุบาล

การจัดประสบการณ์ระดับอนุบาลใช้หลักการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบศูนย์การเรียน ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ผู้เรียนเป็นผู้เลือกกิจกรรมด้วยตนเอง ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่เป็นประสบการณ์ตรง ผู้เรียนได้ลงมือทำผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย และตอบสนองความสนใจของผู้เรียน โดยเนื้อหาในการจัดประสบการณ์ครอบคลุมสาระที่กำหนดไว้ 4 สาระที่ควรรู้ ดังนี้

1. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เด็กควรรู้จักชื่อ – นามสกุล รูปร่าง หน้าตา รู้จักอวัยวะ ต่างๆ วิธีระวังรักษาร่างกายให้สะอาดปลอดภัย เรียนรู้ที่จะเล่นและทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองคนเดียวหรือกับผู้อื่น ตลอดจนเรียนรู้ที่จะแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก และแสดงมารยาทที่ดี

2. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก เด็กควรได้มีโอกาสรู้จักและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน รวมทั้งบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหรือ มีโอกาสใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน

3. เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว เด็กควรได้เรียนรู้สิ่งมีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิต รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของโลกที่แวดล้อมเด็กตามธรรมชาติ เช่น ฤดูกาล กลางวัน กลางคืน

4. เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรจะได้รู้จักสี ขนาด รูปร่าง รูปทรง น้ำหนัก ผิวสัมผัสของสิ่งต่างๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน การจัดประสบการณ์ อาจปรับเปลี่ยนหรือยืดหยุ่นตามความสนใจตามเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดประสบการณ์

 

การจัดประสบการณ์ปีละ 2 ภาคเรียนๆ ละ 20 สัปดาห์ๆ ละ 5 วัน

ตั้งแต่วันจันทร์ – วันศุกร์ หยุดเรียนวันเสาร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

โดย ภาคเรียนที่ 1 ประมาณ 16 พฤษภาคม – 10 ตุลาคม

ภาคเรียนที่ 2 ประมาณ 25 ตุลาคม – 10 มีนาคม

 

การจัดกิจกรรมประจำวัน

กิจกรรมประจำวันสำหรับผู้เรียนมีความสมดุลระหว่างกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ทั้งกิจกรรมที่เป็นรายบุคคลและกิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมที่ผู้เรียนมีอิสระเลือกเสรี กิจกรรมในห้องเรียนและนอกห้องเรียนซึ่งกิจกรรมทั้งหมดผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง ตามตารางกิจกรรมประจำวัน ดังนี้

ตารางกิจกรรมประจำวัน

เวลา

กิจกรรม

07.30 – 08.00

รับเด็ก

08.00 – 08.30

กิจกรรมยามเช้า

08.30 – 09.00

ดื่มน้ำ, ดื่มนม, เข้าห้องน้ำ

09.00 – 09.30

ศิลปะสร้างสรรค์

09.30 – 10.00

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ

10.00 – 10.30

กิจกรรมเสริมประสบการณ์

10.30 – 11.00

กิจกรรมกลางแจ้ง

11.00 – 11.30

กิจกรรมเสรี, กิจกรรมเกมการศึกษา

11.30 – 12.00

พักรับประทานอาหารกลางวัน, แปรงฟัน

12.00 – 14.00

อนุบาล 1 – 2 นอนพักผ่อน
กิจกรรมพิเศษ อนุบาล 3

14.00 – 14.30

ล้างหน้า รับประทานอาหารว่าง

14.30 – 15.00

ทบทวนบทเรียน

15.00 – 16.00

เสริมกิจกรรมรักการอ่าน, ฝึกการเขียน และการท่องศัพท์

หมายเหตุ :

กิจกรรมพิเศษ เช่น ว่ายน้ำ ดนตรี นาฏศิลป์ ภาษาอังกฤษ เทควันโด คอมพิวเตอร์ แจ๊สแดนซ์ ศิลปะ และกิจกรรมทัศนศึกษา

กิจกรรมเสริมพิเศษแต่ละระดับชั้น แต่ละโรงเรียนอาจแตกต่างกันตามความเหมาะสม

 

กิจกรรมเสริมทักษะ

กิจกรรมเสริมทักษะ คือ กิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อเล็ก การพัฒนาภาษา ส่งเสริมจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา เช่น กิจกรรมร้อยดอกไม้ วัสดุต่างๆ

กิจกรรมการปั้น กิจกรรมหนูน้อยรักสะอาด และกิจกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยและสภาพท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนได้สัมผัสกับวัสดุชนิดต่างๆ ที่แตกต่างกัน ฝึกความสัมพันธ์รหว่างมือและสายตา รู้จักแยกแยะความแตกต่าง ทั้งยังเป็นการฝึกสมาธิและการทำงานเป็นกลุ่ม

 

กิจกรรมพิเศษ

กิจกรรมเสริมพิเศษ คือ กิจกรรมที่โรงเรียนจัดให้ผู้เรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญา เพื่อให้เด็กๆ ได้เคลื่อนไหวออกกำลังกาย มีความสุขและสนุกสนาน กับการมาโรงเรียน ส่งเสริมความรักในดนตรี และศิลปะ โดยมีคุณครูพิเศษ ผู้มีความชำนาญเฉพาะด้านคอยดูแล เช่น กิจกรรมว่ายน้ำ กิจกรรมทัศนศึกษา ดนตรี นาฏศิลป์ ศิลปะ คอมพิวเตอร์ แจ๊สแดนซ์ และกิจกรรมภาษาอังกฤษ โดยครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษา

 

กิจกรรมศูนย์การเรียน

กิจกรรมศูนย์การเรียน คือ กิจกรรมที่ครูจัดให้อย่างมีวัตถุประสงค์ ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องที่เรียนในแต่ละสัปดาห์ เพื่อพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ให้กับผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงได้เรียนรู้เป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม

 

การประเมินผล

1. การประเมินผล

การประเมินผลผู้เรียนระดับอนุบาลของโรงเรียนในเครืออักษรกรุ๊ปเป็นการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาของผู้เรียน โดยมีการประเมินอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสภาพปกติที่จัดให้ผู้เรียนในแต่ละวัน และนำข้อมูลการประเมินมาพิจารณา ปรับปรุง วางแผนการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้เด็กแต่ละคนได้รับการพัฒนาด้านต่าๆ ตามศักยภาพ

2. รูปแบบการประเมินและวิธีการประเมิน

โรงเรียนใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย เช่น การสังเกตการบันทึกพฤติกรรม การสนทนา การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเด็กที่เก็บใน Protfolio (แฟ้มสะสมงาน) โดยมีการรายงานผลการประเมินให้ผู้ปกครองทราบ

ปีการศึกษาละ 2 ครั้ง

 

เกณฑ์การประเมินเพื่อเลื่อนชั้น พิจารณาจาก

(1) ผลพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน

(2) เวลาเรียน (ต้องมีเวลาเรียนเพียงพอ 80% ของเวลาเรียนทั้งปี)

 

กำหนดการในการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา

โรงเรียนในเครืออักษรกรุ๊ป จัดการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญาของนักเรียน โดยประเมิน 3 รายวิชา ได้แก่

(1) ภาษาไทย

(2) ภาษาอังกฤษ

(3) คณิตศาสตร์ และมิติสัมพันธ์

นักเรียนที่มีเวลาเรียนน้อยกว่า 80% ของเวลาเรียนทั้งปีการศึกษา สามารถเสริมพัฒนาการโดยการลงเรียนภาคฤดูร้อนได้

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ระดับประถมศึกษา – มัธยมศึกษา

การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

โรงเรียนในเครืออักษรกรุ๊ปจัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยเปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งถือว่าจบการศึกษาภาคบังคับ โดยหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมาย เพื่อให้เกิดกับผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้

 

จุดหมาย

1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

2. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต

3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย

4. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

 

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

การพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดนั้น จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดังนี้

1. ความสามารถในการสื่อสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

 

มาตรฐานการเรียนรู้

การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงกำหนด ให้ผู้เรียนเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้

1. ภาษาไทย

2. คณิตศาสตร์

3. วิทยาศาสตร์

4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

5. สุขศึกษาและพลศึกษา

6. ศิลปะ

7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี

8. ภาษาต่างประเทศ

 

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ

1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิต ทั้งด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน

2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอื้ออาทร และสมานฉันท์ กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย

(1) กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี

(2) กิจกรรมชุมนุม ชมรม

3. กิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชนและท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตสาธารณะ

 

การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้

โรงเรียนในเครืออักษรกรุ๊ปมีการวัดผลประเมินผลโดยใช้ วิธีการที่หลากหลายสอดคล้องเหมาะสมกับสาระการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้มีการประเมินผลตามสภาพจริง และดำเนินการอย่างต่อเนื่องผสมผสานกับกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยการประเมินจะครอบคลุมความรู้ ทักษะ พฤติกรรมของผู้เรียน ตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ การเข้าร่วมและการปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยแบ่งการประเมินออกได้ดังนี้

1. การประเมินระดับชั้นเรียน

เป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้า ในการเรียนรู้อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งนี้โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด

2. การประเมินระดับสถานศึกษา

การวัดประเมินผลระดับสถานศึกษา เป็นการตรวจสอบผลการเรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค ์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และเป็นการประเมินเกี่ยวกับการจัดการศึกษา

ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีสิ่งที่ต้องการพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ ระดับชาติ และระดับเขตพื้นที่การศึกษา ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศ เพื่อปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการหรือวิธีการจัดการเรียนการสอนตลอดจนเพื่อการ จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา

3. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา

เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา

4. การประเมินระดับชาติ

เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียนในชั้น ป.3, ป.6 และ ม.3 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับ ต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา

 

วิธีการประเมิน

การประเมินกลุ่มสาระการเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ภาษาต่างประเทศ, สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

การประเมินผลระหว่างเรียน 70 คะแนน
การประเมินผลกลางภาคเรียน 15 คะแนน
การประเมินผลปลายภาคเรียน 15 คะแนน

รวม

100 คะแนน

 

สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา, ศิลปะ, การงานอาชีพและเทคโนโลยี

การประเมินผลระหว่างเรียน 80 คะแนน
การประเมินผลกลางภาคเรียน 10 คะแนน
การประเมินผลปลายภาคเรียน 10 คะแนน

รวม

100 คะแนน

 

1) การตัดสินผลการเรียน ให้นำคะแนนระหว่างปี/ระหว่างภาค มารวมกับคะแนนปลายปี/ปลายภาค ตามอัตราส่วน 70:30 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม, ภาษาต่างประเทศ และตามอัตราส่วน 80:20 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี แล้วนำมาเปลี่ยนเป็นระดับผลการเรียน

2) ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียน เทียบกับช่วงร้อยละของคะแนน ในแต่ละรายวิชากำหนดระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดับ ทั้งในระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ดังต่อไปนี้

ระดับ 4                   มีผลการเรียนตั้งแต่ 80 – 100 หมายถึง ผลการเรียนดีเยี่ยม

ระดับ 3.5                มีผลการเรียนตั้งแต่ 75 – 79 หมายถึง    ผลการเรียนดีมาก

ระดับ 3                   มีผลการเรียนตั้งแต่ 70 – 74 หมายถึง    ผลการเรียนดี

ระดับ 2.5                มีผลการเรียนตั้งแต่ 65 – 69 หมายถึง    ผลการเรียนค่อนข้างดี

ระดับ 2                   มีผลการเรียนตั้งแต่ 60 – 64 หมายถึง    ผลการเรียนน่าพอใจ

ระดับ 1.5                มีผลการเรียนตั้งแต่ 55 – 59 หมายถึง    ผลการเรียนพอใช้

ระดับ 1                   มีผลการเรียนตั้งแต่ 50 – 54 หมายถึง    ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ

ระดับ 0                   มีผลการเรียนตั้งแต่ 0 – 49 หมายถึง      ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์

ผลการเรียนที่มีเงื่อนไข ได้แก่ ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินผลปลายภาคในรายวิชา และรอการตัดสินให้ใชัอักษรระบุเงื่อนไขแสดงผลการเรียน ประกอบด้วย

“มส”       หมายถึง ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินผลปลายภาคเรียน โดยผู้เรียนที่มีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลาเรียนในแต่ละวิชาและไม่ได้รับการผ่อนผันให้เข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน

“ร”          หมายถึง รอการตัดสินและยังตัดสินไม่ได้ โดยผู้เรียนไม่มีข้อมูลผลการเรียนรายวิชานั้นครบถ้วน เช่น ไม่ได้วัดผลกลางภาคเรียน/ปลายภาคเรียน ไม่ได้ส่งงานที่มอบหมายให้ทำซึ่งงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินผลการเรียน หรือมีเหตุสุดวิสัย ที่ทำให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้

 

การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความ

การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความ เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่านจากหนังสือ ตำราเรียน เอกสาร และสื่อต่างๆ เนื้อหา และ/หรือ เพิ่มพูนความรู้ แล้วนำเนื้อหาที่อ่านมาคิด วิเคราะห์ นำไปสู่การแสดงความคิดเห็น การสังเคราะห์ สร้างสรรค์ การแก้ปัญหาต่างๆ แล้วถ่ายทอดความคิดด้วยการเขียนที่มีสำนวนภาษาที่ถูกต้อง โดยกำหนดแนวทางการพัฒนาและประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนให้สอดคล้องกับขอบเขต และตัวชี้วัด โดยมีเกณฑ์การประเมิน 4 ระดับ คือ

3 : ดีเยี่ยม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มีคุณภาพดีเลิศอยู่เสมอ

2 : ดี หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ

1 : ผ่าน หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ แต่ยังมีข้อบกพร่องบางประการ

0 : ไม่ผ่าน หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน หรือถ้ามีผลงาน ผลงานนั้นยังมีข้อบกพร่องที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขหลายประการเพื่อใช้ในการตัดสินผลการเรียนรายปี (ระดับประถมศึกษา) รายภาค (ระดับมัธยมศึกษา) และจบการศึกษาแต่ละระดับ

 

การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์

การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินพฤติกรรมของผู้เรียนในแต่ละกลุ่ม สาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม โดยสถานศึกษาได้กำหนดไว้ ดังนี้

1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์

2. ซื่อสัตย์สุจริต

3. มีวินัย

4. ใฝ่เรียนรู้

5. อยู่อย่างพอเพียง

6. มุ่งมั่นในการทำงาน

7. รักความเป็นไทย

8. มีจิตสาธารณะ

โดยมีเกณฑ์การประเมิน 4 ระดับ คือ

ดีเยี่ยม = 3

ดี = 2

ผ่าน = 1

ไม่ผ่าน = 0

 

การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเป็นเงื่อนไขสำคัญอีกประการหนึ่ง หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 3 กิจกรรม คือ

1) กิจกรรมแนะแนว

2) กิจกรรมนักเรียน ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ผู้บำเพ็ญประโยชน์โดยผู้เรียนเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง 1 กิจกรรม และเลือกเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม หรือชมรมอีก 1 กิจกรรม

3) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ผู้เรียนต้องผ่านการเข้าร่วม และปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

 

ตัวอักษรแสดงผลการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

(ผ) ผ่าน ผ่านเกณฑ์การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมดที่จัดกิจกรรมของแต่ละปี/ภาค และผ่านจุดประสงค์ของกิจกรรมที่สถานศึกษากำหนด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของจุดประสงค์กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

(มผ) ไม่ผ่าน ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมดที่จัดกิจกรรมที่สถานศึกษากำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของจุดประสงค์กิจกรมพัฒนาผู้เรียน

 

การประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

การประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน กำหนดเป็นผ่านและไม่ผ่าน ในการผ่านกำหนดเกณฑ์การตัดสินเป็น ดีมาก ดี และพอใช้ และความหมายแต่ละระดับดังนี้

ดีมาก หมายถึง ผู้เรียนปฏิบัติตนตามสมรรถนะจนเป็นนิสัย และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์สุขชองตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับดีมากจำนวน 3 – 5 สมรรถนะและไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี

ดี หมายถึง ผู้เรียนมีสมรรถนะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม โดยพิจารณาจาก

1) ได้ผลการประเมินระดับดีมาก จำนวน 1 – 2 สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี หรือ

2) ได้ผลการประเมินระดับดีมาก จำนวน 2 สมรรถนะ แต่ไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับพอใช้ หรือ

3) ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน 4 – 5 สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับพอใช้

พอใช้ หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงือนไขที่สถานศึกษากำหนดโดยพิจารณาจาก

1) ได้ผลการประเมินระดับพอใช้ จำนวน 4 – 5 สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับพอใช้ หรือ

2) ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน 2 สมรรถนะ แต่ไม่มีสมรรถนะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับพอใช้

ต้องปรับปรุง หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับต้องปรับปรุง ตั้งแต่ 1 สมรรถนะ

 

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา – ระดับประถมศึกษา

โครงสร้างการจัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ และการจัดเวลาเรียน

โรงเรียนอักษรศึกษาใช้หลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยจัดสัดส่วนระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้กับเวลาเรียนในแต่ละระดับชั้นดังปรากฏในตารางต่อไปนี้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ / กิจกรรม

เวลาเรียน (ชั่วโมง)

ระดับประถมศึกษา

ป.1

ป.2

ป.3

ป.4

ป.5

ป.6

   ภาษาไทย

200

200

200

160

160

160

   คณิตศาสตร์

200

200

200

160

160

160

   วิทยาศาสตร์

80

80

80

80

80

80

   สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

80

80

80

80

80

80

   ประวัติศาสตร์

40

40

40

40

40

40

   หน้าที่พลเมือง

40

40

40

40

40

40

   สุขศึกษาและพลศึกษา

80

80

80

80

80

80

   ศิลปะ

80

80

80

80

80

80

   การงานอาชีพและเทคโนโลยี

40

40

40

80

80

80

   ภาษาต่างประเทศ  (ภาษาอังกฤษ)

40

40

40

80

80

80

   รวมเวลาเรียนพื้นฐาน

880

880

880

880

880

880

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

แนะแนว 40 ชม./ปี

ลูกเสือ – เนตรนารี 30 ชม./ปี

ชุมนุม/ชมรม 40 ชม./ปี

กิจกรรมเพื่อสังคม

และสาธารณประโยชน์ 10 ชม./ปี

รายวิชา / กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติม

ตามความพร้อมและจุดเน้น

คอมพิวเตอร์ 40 ชม./ปี

การอ่าน 40 ชม./ปี

ภาษาอังกฤษ 40 ชม./ปี

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 40 ชม./ปี

ภาษาจีน 40 ชม./ปี

ดนตรีไทย 40 ชม./ปี

ดนตรีสากล 40 ชม./ปี

ว่ายน้ำ 40 ชม./ปี

รวมเวลาเรียนทั้งหมด

1,320  ชั่วโมง/ปี

1,280  ชั่วโมง/ปี

จำนวนชั่วโมงที่จัดให้นักเรียนทั้งปี ป.1 – ป.3  รวมทั้งสิ้น  1,320  ชั่วโมง

จำนวนชั่วโมงที่จัดให้นักเรียนทั้งปี ป.4 – ป.6  รวมทั้งสิ้น  1,280  ชั่วโมง

 

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา – ระดับมัธยมศึกษา

โครงสร้างการจัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ และการจัดเวลาเรียน

โรงเรียนอักษรศึกษาใช้หลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยจัดสัดส่วนระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้กับเวลาเรียนในแต่ละระดับชั้นดังปรากฏในตารางต่อไปนี้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ / กิจกรรม

เวลาเรียน (ชั่วโมง)

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ม.1

ม.2

ม.3

   ภาษาไทย

120

120

120

   คณิตศาสตร์

120

120

120

   วิทยาศาสตร์

120

120

120

   สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

120

120

120

   ประวัติศาสตร์

40

40

40

   หน้าที่พลเมือง

40

40

40

   สุขศึกษาและพลศึกษา

80

80

80

   ศิลปะ

80

80

80

   การงานอาชีพและเทคโนโลยี

80

80

80

   ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

120

120

120

  รวมเวลาเรียนพื้นฐาน

920

920

920

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

แนะแนว 40 ชม./ปี

ลูกเสือ – เนตรนารี 25 ชม./ปี

ชุมนุม/ชมรม 40 ชม./ปี

กิจกรรมเพื่อสังคม

และสาธารณประโยชน์ 15 ชม./ปี

รายวิชา / กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติม

ตามความพร้อมและจุดเน้น

การอ่าน 40 ชม./ปี

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 80 ชม./ปี

ภาษาจีน 40 ชม./ปี

คณิตศาสตร์ 80 ชม./ปี

ดนตรีไทย 40 ชม./ปี

ดนตรีสากล 40 ชม./ปี

พลศึกษา 40 ชม./ปี

รวมเวลาเรียนทั้งหมด

1,400  ชั่วโมง/ปี

Community Posts
หลักสูตรกา…
หลักสูตรกา…